หลายคนอยากเริ่มรักษ์โลกจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่บางทีเราไม่ทันสังเกตว่า “การซักผ้า” นี่แหละเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรเยอะมาก โดยเฉพาะถ้าเราซักบ่อย ซักน้ำอุ่น หรืออบผ้าทุกครั้ง
ซักเสื้อ 1 ครั้ง ไม่ได้ใช้แค่น้ำครับ แต่ยังใช้ “พลังงาน เวลา และสารเคมี” ด้วย และทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมแบบตรง ๆ
ซักครั้งหนึ่ง ใช้อะไรบ้าง?
1) น้ำ
อันนี้ทุกคนรู้ แต่สิ่งที่ต่างกันคือ “ซักแบบไหน” เพราะเครื่องซักผ้าแต่ละรุ่นและโหมดการซักใช้น้ำไม่เท่ากัน ซักถี่ขึ้น น้ำก็ถูกใช้มากขึ้นตามไปด้วย
2) ไฟฟ้า (พลังงาน)
เครื่องซักผ้าทำงานด้วยไฟฟ้าตลอดกระบวนการ และถ้าใช้ น้ำอุ่น/น้ำร้อน หรือใช้ เครื่องอบผ้า พลังงานจะยิ่งสูงขึ้นอีก
3) ผงซักฟอก/น้ำยาปรับผ้านุ่ม
การซักส่วนใหญ่ต้องใช้สารทำความสะอาด ซึ่งสุดท้ายจะไหลไปกับน้ำทิ้ง การเลือกใช้ให้พอดีและเหมาะกับผ้าช่วยลดภาระได้
4) การสึกหรอของผ้า
ซักแรง ซักบ่อย หรืออบร้อนบ่อย ๆ ทำให้เสื้อเสื่อมเร็วขึ้น เสื้อยิ่งอยู่กับเราไม่นาน ก็ยิ่งต้องซื้อใหม่เร็วขึ้น ซึ่งกลับไปเพิ่มทรัพยากรที่ต้องใช้ในการผลิตเสื้ออีก
แล้วเราจะซักแบบ “คุ้มกว่า” ได้ยังไง?
ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิต แค่ปรับเล็กน้อยก็ช่วยได้ครับ
- ซักเมื่อจำเป็น ไม่ต้องซักทุกครั้งถ้าไม่ได้เปื้อนหรือเหงื่อหนัก
- ซักน้ำเย็น เป็นหลัก (ประหยัดพลังงานกว่าน้ำอุ่น/น้ำร้อน)
- ใส่ผ้าให้พอดีถัง ซักเต็มถังแบบพอดี จะคุ้มกว่าซักทีละนิดหลายรอบ
- ใช้ผงซักฟอกให้พอดี ไม่ต้องเยอะเสมอไป
- ตากลมแทนอบ ถ้าทำได้ จะลดการใช้พลังงานได้มาก
- กลับด้านเสื้อก่อนซัก ช่วยถนอมผ้าและลายพิมพ์
ทำไมเรื่องนี้เกี่ยวกับ “เสื้อรักษ์โลก” ด้วย?
เพราะเสื้อที่รักษ์โลกจริง ๆ ไม่ได้เริ่มแค่ตอนผลิต แต่รวมถึงตอน “เราใช้” ด้วย
ต่อให้เสื้อทำจากวัสดุรีไซเคิล แต่ถ้าเราซักหนัก อบหนัก จนเสื้อพังเร็ว ก็ทำให้ต้องซื้อใหม่เร็วขึ้นอยู่ดี
ดังนั้นเสื้อที่ช่วยโลกได้มากขึ้น คือเสื้อที่
ใส่ง่าย ใส่ได้บ่อย และดูแลแล้วอยู่กับเราได้นาน
ซักเสื้อ 1 ครั้ง ไม่ได้ใช้แค่น้ำ แต่ใช้ทั้งพลังงาน สารทำความสะอาด และยังมีผลต่ออายุการใช้งานของเสื้อด้วย
ถ้าอยากช่วยโลกแบบทำได้จริง เริ่มได้จาก “ซักอย่างคุ้ม” และ “ดูแลเสื้อให้ใช้นาน” แค่นี้ก็ลดการใช้ทรัพยากรได้มากกว่าที่คิดครับ
ถ้าคุณชอบแนวคิดนี้ ลมหายใจตั้งใจทำเสื้อที่ใส่สบาย ดูแลง่าย และเหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อให้เสื้ออยู่กับคุณได้นาน และช่วยใช้ทรัพยากรให้คุ้มขึ้นในทุกวัน
